2006/Oct/08

"ถึงจะเสียใจกับสิ่งที่สุญเสียไปแต่ก็ไม่ได้ทำให้เราตาย เพราะหัวใจอยู่กับเรา"

เรื่องที่ผ่านมาผมไม่อยากนึกถึงตอนนี้เลยมีความคิดว่าจะมานั่งเขียนถึงเรื่องราวความรักดีๆ
(คิดว่าดีถึงแม้จะจบไม่สวยงามเท่าไร)ในสมัยมัยมปลายซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ผ่านมาแล้วถึง...
5 ปีได้ กับเหตุผลที่ทำไมถึงชอบนักหนาซีซั่นเชน ความรักกับดนตรี ความรักกับทางเลือก
น่าสนใจไหมครับ? คิดว่าเขียนวันเดียวคงไม่จบแต่ก็คิดว่าจะเขียนเพราะมันคงช่วยรำลึก
อดีตที่ดีๆได้

แต่ก่อนที่จะเข้าเรื่องที่ว่าขอพูดเรื่องผลที่ได้จากการเล่นดัมเบล 5 กิโลมันเกือบทุกวันหน่อย
พอดีว่าวันนี้กรอกน้ำแล้วก็เลยจะยกมันขึ้นมา อืมไอ้เราก็ซื้อโออิชิรสชามะนาวมา น้ำที่กรอก
ใส่ขวดเปล่าตราสิงข์ขนาดบรรจุ 500 ลบ.ซม. มี 6 ขวด อืม..ขี้เกียจขึ้นลงหลายรอบก็เลย
มือขวาถือโออิชิแล้วก็เอามือซ้ายคว้าเอาขวดน้ำที่ว่าใส่เข้าไปในรอบอกโดยเอาแขนขวาที่ถือโออิชิ
ประคองไว้น่าแปลกใจมากน้ำเต็มๆยัดเข้าไปในแขนขวาได้ถึง 6 ขวด ท่าที่ผมถือคล้ายๆเหมือน
เอามือมาป้องไว้ที่หน้าอกแล้วเอาขวดน้ำยัดๆใส่เข้าไปในช่องว่างแล้วก็แบกขึ้นไปพร้อมมือที่หยิบ
โออิชิ เอ่อทำไปได้..แต่ก่อน 4 ขวดยังไม่ไหวแสดงว่าการออกกำลังกายมันก็มีประโยชน์ดีเหมือนกัน
ช่วงนี้หลอนๆเหมือนกล้ามที่ท้องขึ้นเป็นมัดๆ แต่คงไม่ใช่มั้งคิดไปเอง ออกมาได้ เดือนสองเดือนเอง
เห็นแต่กล้ามแขนกะกล้ามหน้าอกนี่หละที่ออกได้ใจดีจริงๆ - -

นอกประเด็นกลับมาเข้าเรื่องดีกว่า

ความทรงจำตอนที่ 1 "ความรักตอนมัธยมปลาย"

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว..(ได้5ปีแล้วนี่)ย้อนอดีตไปครั้งสุดท้ายตอนที่ผมจบมัธยมต้น
เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อซึ่งผมจะเลือกเรียนสายไหนดี ระหว่าง วิทย์-คณิต อังกฤษ-คณิต
อังกฤษ-ฝรั่งเศส ตัวผมเองที่ไมค่อยจะแข็งแรงเมื่อเจอกับคณิตและออกจะเป็นคนรักสบาย
ก็เลยตัดสินใจเลือก อังกฤษ-ฝรั่งเศส โดยหารู้ไม่ว่าการตัดสินใจเลือกครั้งนี้ส่งไปให้ถึง
ความรักที่ตัวเองจะต้องพบในอนาคตที่จะได้พบในภาคการศึกษาหน้า(ม.4)

แต่ด้วยความที่ตัวผมเองเลือกเรียนตามใจไม่ได้ตามเพื่อนไอ้พวก ม.3ที่เคยเรียนด้วยกันมัน
ไปเรียน วิทย์-คณิต ไม่ก็ อังกฤษ-คณิตกันหมด เอาสิครับ คนเดียวโด่เด่ ทำใจครับ
ชีวิตคงต้องพบกับเพื่อนใหม่ๆละ หลังจากนั้นในวันปฐมนิเทศก่อนเปิดเทอมของ ม.4 นั่นเอง
ณ หอประชุม ของที่โรงเรียนที่ผมได้อยู่มาถึง 3 ปี ลุงงูอย่างผมก็ได้พบนางฟ้า...

เธอคนนั้นหน้าตาออกแนวเหมือนเป็นลูกครึ่งมาก(จินตนาการตอนนั้นหมิว ลลิตากำลังดังยังไม่
มีลูกมีผัว)โหยน่ารักมากมายแล้วก็ไม่ใช่เด็กที่เรียนที่นี่ตอน ม.ต้นด้วย(ไม่เคยเห็นหน้า)แต่ในใจ
ผมอาจจะไม่ได้สังเกตุเองด้วยแหละ เพราะตัวเองก็มัวแต่ขลุกอยู่กับการเล่นเกมกะอ่านการ์ตูน
(ไม่ต่างอะไรกะพวกโอตาคุ)เครื่องSFC กับพวกทีวีแมกกาซีน ไม่เค๊ยไม่เคยคิดถึงเรื่องความรัก
แม้แต่น้อยในช่วงมัธยมต้นอาจจะยังเด็กไปมั้ง(ในสมัยนั้นน่ะนะ)

และแล้วเธอก็มานั่งอยู่ข้างๆผม ผมกะเค้าไม่ได้คุยกันหรอกครับมันคงสนิทกันไม่ได้เร็วขนาดนั้น
ไม่ใช่หนังการ์ตูน แต่ผมก็คอยแอบมองตอนที่เธอหันไปทางอื่น แล้วก็วันนั้นหลังจากที่อาจารย์
พูดเสร็จก็มีพวกพี่ๆ ม.5 ที่เป็นพวกประธานนักเรียนให้ทำกิจกรรมด้วยแล้วเธอก็เป็นคนที่ออก
กิจกรรมได้ดี..เธอสดใส น่ารัก..เหมือนอากาศในฤดุร้อน(อ้วก) หลังจากจบกิจกรรมวันนั้นในใจ
ผมเองผมคิดว่า"คนที่ดูดีน่าตาสวยยั้งงั้นคงเรียนสายวิทย์มั้ง(หน้าตามันแยกสายได้ด้วยเรอะ..)
หลังจากวันนั้นใบหน้าของเธอก็ตามมาหลอกหลอน(ไม่ใช่ผี)ผมในฝัน นั่งเล่นเกม อ่านการ์ตูน
จนถึงวันนั้น วันเปิดเทอม..

นักเรียนมัธยมปลายปีที่ 4/13 สายศิลป์ภาษา อังกฤษ-ฝรั่งเศส ลุงงู...เริ่มต้นขึ้น ด้วยความตื่นเต้น
ไปมันซะแต่เช้า(ไม่มีคนเลย)อิบที่นั่งหลังไว้ก่อนเอาสบาย(กั่กๆ)หลังจากที่นั่งอยู่ได้สักพักก่อนเวลา
เข้าแถวน่าเสาธงพวกเพื่อนๆในห้องก็เริ่มโผล่มา ไม่รู้จักเลยครับ แน่นอนไม่มีคนที่เป็นเพื่อนผมตอน
ม.ต้นเลย... จะมีก็แต่พวกที่เคยเรียนที่นี่บางคนที่เคยเห็นหน้าบ้างแต่บ่รู้จัก...ด้วยความที่ผมเป็นคน
ขี้อายไม่ค่อยพูดกะใครก็นั่งมันอยู่นั่นหละด้านหลัง

และแล้วสักพักนึงเธอคนนั้นก็มาในชุดนักเรียน ม.ปลายสีขาวกระโปรงน้ำเงิน ใบหน้าของเธอสะท้อน
กับแสงแดด(เน่าฟระ)ดวงตาของผมจ้องไปที่ประตูนั่นมันเธอคนนั้น!! ฝันที่เป้นจริงคับ เค้าเรียนศิลป์
ภาษาคับ ช่างเป็นบุญของผมเหลือเกินที่ผมได้เจอกับเธออีกครั้งได้มองเธอในห้องเดียวกันอีกครั้ง

ทว่าเวรกรรมแท้ๆ เธอดันไปนั่งอยู่หน้าสุดผมเหรอหลังสุด... เอาเหอะแค่จ้องหลังก็ยังดีนะ
แน่นอนด้านภาษาเธอเนี๊ยบสุดๆภาษาฝรั่งเสสที่เรียนในคลาสคาบแรกเธอได้แสดงความสามารถ(พูด)
ได้อย่างมีศิลปะ(เก่งจัง)ผมที่อยู่ข้างหลังได้แต่เคลิบเคลิ้ม... ไม่ว่าอะไรเธอก็เก่งไปซะทุกอย่าง ทว่า..
เธอกลับมีข้อด้อยทางด้านวิชาคณิตศาสตร์ ก็แหงละคนที่มาเรียนศิลป์ภาษาส่วนใหย่ก็คงไม่ชอบวิชานี้
กันอยู่แล้วแต่ยังไงผมก็ยังเชียร์เธอนะ(อยู่ห่างๆ)

หลังจากนั้นก็พ้นการเรียนวันแรกไป อย่างชิวๆแล้วมันก็มีอยู่วันนึง(วันไหนก็ไม่รู้ละ)ซึ่งวันนั้นผมก็กำลัง
จะกลับบ้านด้วยจักรยานรุ่นคุณปู่ มรดกสืบทอดของแม่(ก็จักรยานแม่แหละ..)เก่ามากแระแต่เอาไปซ่อมปัดฝุ่นจนใช้ได้
แต่ลาวมากคับ คุณเคยเห็นไหมครับจักรยานที่พวกผู้หญิงขี่นะที่มีตะแรกงหน้าแล้วคันใหญ่ๆแบบนั้นละคันนั้นละ.
แต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกอายหรอกคับ มันก็แค่เครื่องโดยสารไม่ซีเรียสยังดีกว่าเดินกลับ แล้วตอนนั้นเองขณะที่ผมออกไปถึงหน้าโรงเรียน
กำลังจะออกไปแล้ว เธอก็โผล่มาแล้วเรียกชื่อผม ผมขอแทนชื่อเธอด้วย (พัง)พอนละกันคับ
งู:มีไรเหรอ?
พอน:ช่วยไปส่งเราที่คิวว่างได้ไหม(ที่รอรถโดยสาร)

โอกาสดีครับพี่น้องครับมีเรอะครับผมจะพลาด จัดแจงปัดเบาะด้านหลังนั่งเลยคับเด๋วพาไปด้วยจักรยานสีแดง(ตอนนั้นกำลังดัง)
ด้วยโอกาสครั้งนั้นทำให้ผมกับเธอได้สนิทและทำความรู้จักกันมากขึ้นทั้งยังคุยนู่นคุยนี่เวลาแค่ 10 กว่านาที(ผมขี่ถ่วงเวลาด้วย)
มันช่างเหมือนยาวนานเหมือนฝันแต่มันก็สั้นเหมือนลมพัด (หวิว) และแล้วก็ถึงที่จอดรถผมโบกมืออำลาเธอที่กำลังขึ้นรถกลับไปที่
พักซึ่งเธอพักอยู่กับญาติที่อยู่ที่ราชภัฏเพราะบ้านของเธอจริงๆอยู่ที่กาฬสินธ์ ขณะที่ผมกลับบ้านผมก็เดินไปยิ้มไปดีใจวุ้ย

และนี่คือจุดเริ่มต้นของเธอและผมในวันนั้น เหตุการณ์ต่อไปจะมีอะไรอีก บู้ ล้าง ผลาญ น้ำเน่าจนมดตอมโปรดติดตามอ่านครั้งต่อไป(อีกยาว)

By ลุงงู รำลึกอดีต Chapter 1

2006/Oct/07

"เพื่อนที่สุดท้ายก็ไม่สามารถรักษาไว้ได้สุดท้ายก็เป็นแค่คนเคยรู้จัก"

มาพิมช่วงดึกๆยังงี้อีกแล้วไม่รู้สิแต่ความรู้สึกตอนกลางคืนมันเหมาะกับความรู้สึก
ที่จะมาเขียนเรื่องแบบนี้ เพราะมันทำให้เราระลึกถึงเวลาที่ผ่านมาและแล้วเรื่องที่
ต่อจากเมื่อวานก็ขอพิมพ์ลงไปเพื่อจดจำและลำรึกมันไว้ว่าสักวันหนึ่งวันใดที่เรา
ได้เปิดกลับมาดูเราจะได้นึกถึงมันได้ว่า ในชีวิตเราครั้งนึงมันก็มีแบบนี้ด้วย

หลังจากที่ผมได้เขียนเอาไว้เมื่อวานต่อด้วยเหตุการณ์วันนี้เพื่อนของเค้าได้ให้เค้าแอ๊ดมา
ทว่าบทสนทนาที่ผมพิมพ์เค้ากลับไม่ตอบเลย.. แถมยังเหมือนเมินหน้าหนีไม่มีผมอยู่อีก
ผมจึงตัดสินใจพูดคำที่ ผมคิดว่าผมจะพูดในใจออกไป...
"ถ้ายังเห็นว่าเราเป็นเพื่อนกันอยู่ก็คุยกันก็ได้ แต่ถ้าไม่อยากคุยกับผมก็ลบผมออกไปจากรายชื่อซะ"

บอกตามตรงผมเสียใจมากที่ต้องพูดคำนี้ออกไปแต่ดีกว่าปล่อยให้มันคาราคาซัง

ทว่าเค้าก็ไม่ตอบกลับมาผมก็เลยฝากไปบอกเพื่อนเค้าละกัน ว่าผมจะลบชื่อเค้าเองละกัน
เพราะเค้าเห็นผมเค้าก็คงรำคาญเพราะตอนนี้ก็ไม่ยอมพูดกับผมเลย

ณ จุดนี้ ผมบอกตามตรงผมยอมรับแล้วครับว่าคำว่าเพื่อนมันจบลงแล้ว แต่สุดท้ายนี้
สิ่งที่ผมเคยทำไปเพื่อเค้าผมไม่เสียดายเลย แต่ตอนนี้ผมพูดสั้นๆคำเดียวผมเสียใจครับ

The End of "My Friend" เสียใจแต่ไม่เสียดาย

By ลุงงู

2006/Oct/06

"เรื่องมันจบไปแล้วจะเอามาพูดทำไม"

นั่นสินะเรื่องมันก็จบไปตั้งแต่วันที่ 14 เดือนก่อนแล้ว เรื่องมันก็ไม่มีอะไรมากหรอก
ก็แค่ความหลังกับเกมออนไลน์เกมนึง...ช่วงนึงได้เข้าไปเล่นเกมแล้วก็ไปรู้จัก
กับคนๆนึงในเกมนั้นเข้า ตอนแรกก็ไม่รู้สึกอะไรหรอก แต่พออยู่ๆกันไปคุยกันมากๆ..
จิตใจผมเองก็ชักไม่แน่ใจว่าความเป็นเพื่อนมันเริ่มเปลี่ยนไปแล้ว หลังๆเค้าว่าจะเลิก
ประจวบกับช่วงนั้นผมก็เบื่อๆด้วยเออ เอากะมันก็เลยกลับมาออนเอ็มด้วย แล้วตอนนั้น
ก็ประจวบอีกนะแหละที่งานบริษัทที่ทำอยู่ปิดกิจการไปก็เลยว่างมานั่งออน

ยิ่งหลังๆได้เบอร์โทรคุยกะเค้าด้วยยิ่งหลงเค้า เข้าไปใหญ่ ขนาดช่วงที่ไปสอบกะยังโทร
ไปหาเค้า...เอากะมันสิ..แล้วเมื่อวันที่ 14 กันยาหลังจากที่คุยกันไปได้สักพักด้วยหัวใจของผม
ที่ไม่ตรงกับสมองก็ได้เผยความในใจของผมไปบอกเค้าไปซึ่งเค้ากะตอบปฏิเสธมาซึ่ง
แน่นอนว่าถึงจะไม่ชอบแต่อย่างน้อยก็ขอเป็นเพื่อนก็พอแต่ว่า..

หลังจากนั้นเหรอครับ ท่าทีที่เค้าแสดงกับผมในเอ้มเปลียนไป..ไม่พูด ไม่คุย ถามคำตอบคำ..
ตอนแรกก็ไม่เอะใจอะไรแต่พอไปวันที่ 2 วันที่3 จนได้ครบ 1 อาทิตย์ทนไม่ไหวรวบรวมความกล้า
ไปถามเจ้าตัวเค้ากะบอกว่า...

เรียนหนัก..อืม
หลังจากนั้นหนักกว่าไม่ออนเอ็มเลย จนถึงตอนนี้ ผมจะโทรไปก็ไม่อยากให้แกเข้าใจผิดว่ายังคิดกะแกอยู่
ผู้ชายอย่างผมมันก็หยั่งงี้ละนะ..(ดีไหมเนี่ย)ก็เลยไม่ได้โทรไปซักทีอาศัยติดต่อผ่านเพื่อนเค้าอีกทีก็ว่าเค้าก็สบายดี

หลังจากนั้นพอดีช่วงนี้น้องกะชวนเข้าไปเล่นเกมที่ว่าอีกทีด้วยความที่เหนื่อยหน่ายกะตัวเก่าเลยสร้างตัวใหม่มาเล่น
ซะ พอดีเพื่อนเค้าทักเธอคนนั้นขึ้นมาซึ่งผมไม่ได้เอาตัวใหม่แอ๊ดชื่อเค้าไว้

ครั้งนึงเค้าเคยบอกกับผมว่าอย่าเล่นตัวใหม่เลย" ตัวนั้นก็เล่นจนเวอร์แล้วอะลุงอะ "อะไรประมาณนี้ แต่ก็เล่นจนได้
ผมก้ว่าจะแอ๊ดไปอยู่เหมือนกันแต่ไม่รู้ความรู้สึกเค้าว่าเค้าคิดยังไงมั่งตอนนี้เดาใจไม่ถูกกลัวแอ๊ดไปทำให้รำคาญใจ
ก็เลยไม่แอ๊ด...เอาเหอะ ฝากบอกเพื่อนเค้าไปแล้วว่าผมเล่นตัวใหม่ถ้าอยากแอ๊ดมาก็แอ๊ดมาได้เลยนะแล้วก็เรื่องที่ผม
สอบข้อเขียนผ่านก็ฝากบอกไปด้วยแล้ว

กับอีกสิ่งหนึ่งที่มันอยู่ในใจผมตอนนี้
ถ้ายังมีคำว่า"เพื่อน"หลงเหลืออยู่อยากแอ๊ดมาก็ได้ยินดีจะคุยด้วย
เสมอในฐานะเพื่อนคนนึง แต่ถ้าแค่คำว่าเพื่อนยังเป็นไม่ได้เราก็คงเป้นแค่คนเคยรู้จัก

เศร้าจิงแฮะ..

By ลุงงู



มนุดงู
View full profile